เป็นการใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุเพื่อทำให้เนื้อเยื่อส่วนเกินในช่องคอหดตัวลง เป็นการลดการอุดตันของทางเดินหายใจ
ในเด็ก หากบุตรหลานของท่านนอนกรนดังเป็นประจำ หรือกระสับกระส่าย หายใจลำบาก คัดจมูกเป็นประจำต้องอ้าปากหายใจบ่อย ๆ อาจมีปัสสาวะรดที่นอนเป็นประจำ หรือมีพฤติกรรมซุกซนก้าวร้าว ผลการเรียนแย่ลง เติบโตช้ากว่าวัย ลักษณะเหล่านี้จึงสงสัยได้ว่าเด็กอาจเป็นโรคหยุดหายใจขณะหลับ
อาการคัดจมูกเรื้อรังจากภูมิแพ้หรือผนังกั้นจมูกคดอาจทำให้นอนกรน เนื่องจากขัดขวางอากาศที่หายใจเข้าออก
เด็ก ๆ ก็มีปัญหานอนกรนและเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับได้ !
ปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลให้นอนกรน ได้แก่ กายวิภาคของช่องปากและโพรงจมูก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภูมิแพ้ ไข้หวัด และน้ำหนักตัว เมื่อคนเราเริ่มเข้าสู่การนอนหลับลึก กล้ามเนื้อของเพดานอ่อนของช่องปาก ลิ้น และคอจะเริ่มผ่อนคลาย ทำให้เกิดการอุดกั้นที่ทางเดินหายใจบางส่วนและการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อคอมากขึ้นและเสียงดังขึ้น ยิ่งทางเดินหายใจแคบลงเท่าไร ลมที่เป่าออกจะยิ่งแรงขึ้น ทำให้เนื้อเยื่อยิ่งสั่นและยิ่งกรนดังขึ้น
ต่อมทอนซิลโต หรือ ลิ้นไก่ยาวผิดปกติ ทำให้ช่องลำคอแคบลง
อาการที่บ่งบอกว่าอาจเป็นโรคหยุดหายใจขณะหลับ
หลีกเลี่ยงยานอนหลับที่อาจทำให้กล้ามเนื้อคอหย่อนตัวมากขึ้น
โรคนอนไม่หลับ คืออะไร มีอาการและวิธีการรักษาอย่างไร?
การวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ: วิธีตรวจและขั้นตอนต่าง ๆ
การนอนกรน อาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นของอันตรายที่ซ่อนอยู่โดยที่ท่านไม่รู้ตัว คือ โรคหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งสามารถรักษาได้และช่วยลดปัญหาหรือความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ที่อาจตามมาในภายหลังได้ไม่มากก็น้อย ดังนั้นหากท่านหรือคู่สมรสและบุตรหลานของท่านนอนกรนดังมากเป็นประจำ ท่านอาจพิจารณาเข้ามาพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ และการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป
ปรึกษาแพทย์: หากมีอาการกรนร่วมกับการหยุดหายใจขณะหลับ ควรพบแพทย์เพื่อการตรวจสอบและรับการรักษาที่เหมาะสม
เสียงกรนในยามค่ำคืนอาจดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาหรือแค่เรื่องขำขันในบ้าน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า “นอนกรน” อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่คาดไม่ถึง?
ผศ.นพ. จิรยศ นอนกรน จินตนาดิลก ความชำนาญเฉพาะทาง อายุรศาสตร์ อนุสาขา เวชศาสตร์การนอนหลับ